องุ่นปลอม ?.. ประเด็นคาใจชาวโซเชี่ยล

               สืบเนื่องมาจากเรื่องราวทางสังคมออนไลน์ที่เผยแพร่ภาพวีดีโอมีเสียงชาวต่างชาติในแถบประเทศอาเซียนแสดงการบีบผลองุ่นเขียวจนเนื้อในและเมล็ดหลุดออกมาแล้วทำการดึงผิวองุ่นให้เห็นลักษณะของการยืดออกฉีกขาดยากโดยได้อธิบายไว้ในทำนองว่าเป็นองุ่นพลาสติกจนกระทั่งเพจดังเพจหนึ่ง    ทางสังคมออนไลน์ได้แชร์คลิปนี้เมื่อวันที่ 16 ก.ค. 2560 แล้วให้ความเห็นว่าเป็นผิวองุ่นปกติทั่วไปควรใช้วิจารณญาณให้ดี และมีการวิพากษ์วิจารณ์ของลูกเพจกันอย่างหลากหลาย หากพิจารณาในด้านราคาแล้ว การทำองุ่นปลอมหรือผลิต

ผิวองุ่นพลาสติกขึ้นมาแล้วห่อไส้เนื้อในองุ่นไว้ ถือเป็นการลงทุนที่เกินเหตุและไม่คุ้มค่าอย่างมาก ซึ่งไม่น่าจะทำให้ราคาขายต่ำกว่าราคาองุ่นจริงตามปกติในท้องตลาดได้    ยกเว้นหากจะมีสายพันธุ์องุ่นบนโลกใบนี้ที่ราคากิโลกรัมละหลายหมื่นหลายแสนบาทเหมือนเห็ดทรัฟเฟิล ทีนี้หากเราเคยสังเกตผลไม้ตามธรรมชาติโดยปกติ จะเห็นว่าผิวของผลไม้เหล่านี้จะมี “นวล” ปกคลุมอยู่ และหลังจากเก็บเกี่ยวได้ไม่นาน “นวล” ของผลไม้ก็จะค่อย ๆ หายไป ทำให้ผลไม้เริ่มเหี่ยวเร็วขึ้น “นวล” ผลไม้นี้เป็นสารจำพวกไขเคลือบผิว เพื่อป้องกันการสูญเสียน้ำนั่นเอง และถ้าเราเคยซื้อส้มหรือแอปเปิ้ลตามห้างสรรพสินค้า จะเห็นผิวเปลือกที่มันเงาเป็นพิเศษ นั่นเป็นเทคโนโลยีหลังการเก็บเกี่ยวรูปแบบหนึ่ง เพื่อเลียนแบบ “นวล” ที่ปกคลุมผิวผลไม้อยู่นั่นเอง คือ การใช้สารเคลือบผิวหรือแวกซ์ โดยส่วนใหญ่เป็นไขมันที่มีลักษณะคล้ายขี้ผึ้ง สามารถป้องกันน้ำไม่ให้ระเหยออกจากผลไม้ ช่วยป้องกันผลไม้เหี่ยวและเก็บไว้ได้นานขึ้น ผู้ผลิตจะล้างทำความสะอาดผิวของผลไม้ก่อน แล้วจึงพ่นสารเคลือบผิวหรือจุ่มลงในสารเคลือบผิว ซึ่งจะกลายเป็นเหมือนฟิล์มชั้นบาง ๆ เคลือบรอบนอกผิวของผลไม้แบบ “นวล”

ตามธรรมชาติของผลไม้นั่นเองให้ลองนึกถึงลักษณะแบบเดียวกันของขี้ผึ้งสีผึ้งหรือลิปมันทาเคลือบปากที่ป้องกันริมฝีปากแห้งในบ้านของเรา โดยสารเคลือบผิวหรือแวกซ์ที่ใช้กับผลไม้มีทั้งจากธรรมชาติที่ได้จากแมลงหรือพืช เช่น ขี้ผึ้ง ไขจากใบต้นปาล์ม (คาร์นาวบา) กรดอาหาร (เซลแลค) แบบเดียวกับนวัตกรรม KU Wax ของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และอาจสังเคราะห์ได้จากผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมซึ่งกินได้ โดยสารเคลือบผิวเหล่านี้มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ที่พิสูจน์ได้ว่ามีความปลอดภัยต่อการบริโภคและได้รับรองความปลอดภัยจากองค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกาและสหภาพยุโรป เมื่อเรากินเข้าไป ไขเคลือบผิวผลไม้พวกนี้จะไม่ถูกดูดซึมตกค้างในร่างกาย ไม่เปลี่ยนแปลงโครงสร้างไป แต่จะถูกขับออกจากร่างกายได้ตามปกติ

            ในกรณีคลิปวีดีโอที่กล่าวถึง ก็น่าจะเป็นไขเคลือบที่ปกป้องผิวองุ่นรอบนอกไว้ มีลักษณะแผ่ปกคลุมให้นึกถึงลักษณะของไขขี้ผึ้งที่เมื่อดึงก็จะยืดหยุ่นได้ตามคุณสมบัติของโครงสร้างสารพอลีเมอร์ตามธรรมชาตินั่นเองหากไม่สบายใจที่จะกิน ให้ล้างผลไม้ด้วยน้ำผสมเบกกิ้งโซดา หรือน้ำส้มสายชู หรือกรดมะนาว แล้วใช้แปรงสำหรับขัดผิวผลไม้ก็จะทำให้ไขเคลือบผิวผลไม้พวกนี้หลุดออกไปได้มากทีนี้หากพิจารณาการกินองุ่น เราจะได้ใยอาหาร วิตามิน สารต้านอนุมูลอิสระ และสารต้านมะเร็ง เช่น สารเรสเวอราทรอล สารกลุ่มฟีนอลิกและฟลาโวนอยด์ ในองุ่นสีม่วงยังมีสารสีแอนโทไซยานินที่เป็นประโยชน์ต่อสุขภาพอีกด้วย

            สิ่งที่ควรคำนึงถึงเมื่อใช้ไขเคลือบผิวผลไม้ คือ ผลไม้ต้องถูกล้างทำความสะอาดอย่างดีไม่เช่นนั้นแวกซ์หรือไขเคลือบจะกักเก็บสิ่งสกปรกและสารตกค้างเอาไว้ด้วยเช่นกันและในปัจจุบันไขเคลือบผิวเหล่านี้ได้ถูกใช้อย่างกว้างขวางสำหรับผักและผลไม้สดทั่วไปประเด็นด้านความปลอดภัยอาหารที่ควรตระหนักมากกว่าไขเคลือบผิวองุ่นก็คือสารฆ่าแมลงตกค้างที่เป็นพิษภัยต่อสุขภาพของผู้บริโภคนั่นเองซึ่งจากข่าวการโพสและแชร์กันในโลกออนไลน์จนมีการให้ความเห็นของประชาชนทั่วไปอย่างกว้างขวางนับว่าเป็นข้อดีของการตื่นตัวของผู้บริโภคทั่วไปที่คอยสอดส่องดูแลด้านความปลอดภัยอาหารให้กันและกันของสังคมไทย  และจะยิ่งกลายเป็นสังคมอุดมปัญญาขึ้นไปอีกหากคนไทยมีการรับรู้แล้วพิจารณาถึงที่มาที่ไปอย่างมีเหตุผลและเข้าใจในนวัตกรรมและเทคโนโลยีทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีการอาหาร เพื่อร่วมกันพัฒนาสังคมให้ก้าวเข้าสู่ยุคสมัยของประเทศไทย 4.0 เพื่อการสร้างสรรค์นวัตกรรมร่วมกันต่อไป

 

ที่มา :  ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. กฤษกมล ณ จอม

ภาควิชาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีการอาหาร คณะอุตสาหกรรมเกษตร

มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

20 กรกฎาคม 2560

 

 

 

 

Top