พบสารเคมีตกค้าง ปนเปื้อน‘ผัก-ผลไม้’

 

รมว.เกษตรและสหกรณ์ ตรวจสารเคมีตกค้างในผักและผลไม้ พบร้อยละ79 ปลอดภัย ยันใช้เกณฑ์ตรวจวัดตามมาตรฐานสากล

นายกฤษฎาบุญราช รมว.เกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่าผลการศึกษาวิเคราะห์สารเคมีตกค้างในผักและผลไม้ที่ดำเนินการร่วมกับกระทรวงสาธารณสุข โดยผลปรากฎว่า พบว่า มีสารตกค้างเกินมาตรฐานร้อยละ 11 จากนั้นได้มีผู้แสดงความเห็นผ่านเสื่อโซเชียลมีเดียถึงผลตรวจวิเคราะห์ว่า ไม่น่าเชื่อถือนั้น จึงได้ชี้แจงย้ำว่า โครงการตรวจวิเคราะห์สารพิษตกค้างในผักและผลไม้นั้น กระทรวงเกษตรและสหกรณ์และกระทรวงสาธารณสุขร่วมมือกันดำเนินการตั้งแต่ปี 2560 ซึ่งในปี 2561 นี้ ได้มีการวางแผนการทำงานร่วมกันของ 4 หน่วยงาน คือ กรมวิชาการเกษตร สำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช.)สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) และกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์

“ผักและผลไม้สดจากทั่วประเทศได้เก็บตัวอย่าง ครอบคลุมตั้งแต่แปลงเกษตรกร โรงคัดบรรจุผักผลไม้สด ห้างค้าปลีก ตลาดค้าส่งค้าปลีกและครัวของโรงพยาบาลรัฐ โดยเก็บตัวอย่างวิเคราะห์มากกว่า 7,000 ตัวอย่าง ซึ่งถือเป็นข้อมูลการตรวจวิเคราะห์ ที่ครอบคลุมมากที่สุดเท่าที่มีการศึกษามาในประเทศ” รมว.เกษตรฯ กล่าว

นายกฤษฎา กล่าวว่า รวมถึงการเก็บตัวอย่างและการตรวจวิเคราะห์ในห้องปฏิบัติการมีดำเนินการตามหลักการสากล ซึ่งการศึกษาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อให้ได้ข้อมูลที่สามารถประเมินสถานการณ์ของสารพิษตกค้างในผักและผลไม้ในประเทศ เพื่อวางมาตรการการควบคุมและกำกับดูแลเพื่อความปลอดภัยของผู้บริโภคได้ดีขึ้น ค่าที่ตรวจพบจะนำไปเปรียบเทียบกับค่าความปลอดภัยที่กำหนดโดยองค์การอนามัยโลก หรือ WHO ซึ่งหากตัวอย่างผักและผลไม้ใดที่พบสารพิษตกค้างเกินมาตรฐานแสดงว่า มาจากการเพาะปลูกที่ใช้สารเคมีไม่ถูกต้อง ซึ่งจะเป็นข้อมูลให้นำไปแนะนำเกษตรกรและควบคุม?การใช้สารเคมี?อย่างเคร่งครัด?ตามกฎหมาย?ต่อไป

“ผลการตรวจวิเคราะห์ผักและผลไม้รวม 7,054 ตัวอย่าง พบว่า 6,264 ตัวอย่างหรือร้อยละ 79 อยู่ในเกณฑ์ปลอดภัย ส่วนที่พบสารพิษตกค้างในระดับเกินมาตรฐานมี 790 ตัวอย่างหรือคิดเป็นร้อยละ 11 และจาก 790 ตัวอย่าง มี 10ตัวอย่าง ที่พบสารเคมีในระดับสูงเกินระดับที่ปลอดภัย หรือคิดเป็นร้อยละ 0.14 ของจำนวนตัวอย่างที่ตรวจวิเคราะห์ทั้งหมด ส่วนใหญ่พบในส้ม ซึ่งการตรวจสอบส้มเป็นการตรวจวิเคราะห์ส้มทั้งเปลือก โดยกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์มีข้อมูลผลการศึกษาที่ชัดเจนว่า สารเคมีที่พบในส้มทั้งที่เป็นชนิดที่ตกค้าง ที่เปลือกหรือชนิดดูดซึม เมื่อนำส้มไปล้างทั้งผลและปอกเปลือกออกแล้ว สารพิษตกค้างลดลงมากกว่า ร้อยละ 40 - 80 และอยูในระดับที่ไม่เป็นอันตรายต่อผู้บริโภค ดังนั้นเมื่อผู้บริโภคปอกเปลือกและบริโภคเนื้อส้มหรือการคั้นน้ำส้ม โดยล้างเปลือกภายนอกก่อน จะสามารถลดสารพิษตกค้างให้เหลือน้อยลง จนอยู่ในระดับที่ไม่เป็นอันตรายเมื่อเทียบกับเกณฑ์ที่ WHOกำหนด?” รมว.เกษตรฯ กล่าว

นายกฤษฎา กล่าวต่อว่า จากผลการวิเคราะห์ดังกล่าว กระทรวงเกษตรและสหกรณ์และกระทรวงสาธารณสุขไม่ได้นิ่งนอนใจได้ตรวจสอบข้อมูลย้อนกลับไปถึงแหล่งผลิตระดับแปลงเกษตรกรหรือโรงคัดบรรจุเพื่อตักเตือนให้คำแนะนำให้ใช้สารเคมีให้ถูกต้อง รวมทั้งสั่งให้มีการปรับปรุงแก้ไข ซึ่งหากแก้ไขไม่ได้ จะดำเนินการอย่างเฉียบขาดทั้งถอนใบรับรองที่เกษตรกรได้รับหรือใบอนุญาตของโรงคัดบรรจุรวมทั้งการดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป ทั้งนี้เพื่อลดสัดส่วนผักและผลไม้ที่ไม่ได้มาตรฐานลงให้เหลือน้อยที่สุด

นอกจากนี้ยังมีมาตรการที่จะกำกับดูแลความปลอดภัยของผู้บริโภคตั้งแต่การอนุญาตให้ใช้สารเคมี โดยพิจารณาตามหลักเกณฑ์สากล ซึ่งสารเคมีที่อนุญาตจะต้องประเมินมาแล้วว่าไม่เป็นสารก่อมะเร็ง หรือมีอันตรายร้ายแรง มีการควบคุมให้เกษตรกรใช้สารเคมีตามความจำเป็นและถูกต้องตามหลัก GAP ทั้งยังควบคุมและตรวจสอบโรงคัดบรรจุผักและผลไม้รวมถึงการตรวจเฝ้าระวังผักและผลไม้ในแหล่งจำหน่าย

อย่างไรก็ตามมีการศึกษาวิจัยและส่งเสริมการใช้สารชีวภัณฑ์และสารธรรมชาติเพื่อลดการใช้สารเคมี ล่าสุดได้ดำเนินโครงการนำร่องคือโครงการโรงพยาบาลอาหารปลอดภัยใช้ผักและผลไม้ที่ปลอดภัยจากสารพิษมาปรุงอาหารให้ผู้ป่วยรับประทาน ซึ่งทั้ง 2กระทรวงจะดำเนินการมาตรการควบคุมการใช้สารเคมีในผักผลไม้ รวมถึงผลผลิตทางเกษตรทั้งหมดอย่างต่อเนื่องเพื่อให้ผู้บริโภคมีความปลอดภัยมากที่สุด

ที่มา : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)

Top