ฉลากโภชนาการ ทางเลือกเพื่อสุขภาพ

     นพ.วิศิษฏ์ ตั้งนภากร รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวว่า คนไทยมีพฤติกรรมการบริโภคอาหารนอกบ้านและอาหารสำเร็จรูป ซึ่งล้วนเป็นอาหารที่ให้พลังงานสูง เช่น ไขมัน โซเดียม และน้ำตาลสูง อีกทั้งมีพฤติกรรมการบริโภคผัก ผลไม้น้อยเกินไป มากไปกว่านั้นคือไม่มีการออกกำลังกาย เป็นปัจจัยที่ทำให้เกิดโรคอ้วนและโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) โดยในช่วง 2ทศวรรษที่ผ่านมา ประเทศไทยมีแนวโน้มการเกิดในกลุ่มดังกล่าวสูงจนน่าเป็นห่วง ทั้งนี้ จากการรายงานภาวะโรคและการเจ็บป่วยของประชากรไทย พ.ศ.2552พบว่า NCDs เป็นสาเหตุของการเสียชีวิตถึง 314,340ราย หรือร้อยละ 73การเสียชีวิตของประชากรทั้งหมด ดังนั้นจึงมีการตั้งคณะกรรมการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์เพื่อสร้างความเชื่อมโยงด้านอาหารและโภชนาการสู่ทางเลือกสุขภาพที่ดี ภายใต้การดำเนินงานของคณะกรรมการอาหารแห่งชาติ โดยสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ร่วมกับสถาบันโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล (มม.) ดำเนินโครงการสัญลักษณ์โภชนาการ "ทางเลือกสุขภาพ" ซึ่งสัญลักษณ์ดังกล่าวแสดงถึงผลิตภัณฑ์อาหารที่ได้ผ่านเกณฑ์การพิจารณาแล้วว่ามีปริมาณน้ำตาล ไขมัน และเกลือ (โซเดียม) ในปริมาณที่เหมาะสม

          โดยสัญลักษณ์โภชนาการ "ทางเลือกสุขภาพ" แสดงถึงผลิตภัณฑ์อาหารที่ได้ผ่านเกณฑ์การพิจารณาแล้วว่ามีปริมาณน้ำตาล ไขมัน และเกลือ (โซเดียม) ที่เหมาะสม ซึ่งขณะนี้มีการนำร่องใช้กับผลิตภัณฑ์อาหาร 3กลุ่ม ได้แก่ อาหารมื้อหลัก เครื่องดื่ม และเครื่องปรุงรส โดยตัวอย่างหลักเกณฑ์การพิจารณาของกลุ่มเครื่องปรุงรส เช่น น้ำปลา จะต้องมีโซเดียมน้อยกว่าหรือเท่ากับ 6,000มิลลิกรัมต่อ 100มิลลิลิตร ซอสปรุงรส ซีอิ๊ว จะต้องมีโซเดียมน้อยกว่าหรือเท่ากับ 5,000มิลลิกรัม ต่อ 100มิลลิลิตร เป็นต้น หรือนับตั้งแต่มีการประกาศใช้สัญลักษณ์ทางเลือกสุขภาพ ตั้งแต่เดือนมกราคม-สิงหาคม 2559มีผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการรับรองสัญลักษณ์โภชนาการ จากมูลนิธิส่งเสริมโภชนาการ สถาบันโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล เรียบร้อยแล้ว จำนวน 2กลุ่มอาหาร 57ผลิตภัณฑ์ จาก 14บริษัท ได้แก่ กลุ่มเครื่องดื่ม 55ผลิตภัณฑ์ และกลุ่มเครื่องปรุงรส 2ผลิตภัณฑ์ ซึ่งจะมีการมอบประกาศนียบัตรให้กับบริษัทที่เข้าร่วมโครงการ จำนวน 21บริษัท และมีผลิตภัณฑ์อาหารที่ได้รับการรับรองสัญลักษณ์โภชนาการจากบริษัทต่าง ๆ มาจำหน่ายให้แก่ผู้บริโภค

          นพ.บุญชัย สมบูรณ์สุข เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) กล่าวว่า ในปัจจุบันทั่วโลก รวมถึงประเทศไทยกำลังเผชิญกับปัญหาโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง ได้แก่ โรคอ้วน เบาหวาน ความดันโลหิตสูง หัวใจและหลอดเลือด และภาวะไตวายเรื้อรัง ปัญหาดังกล่าวถือเป็นภัยคุกคามในประชากรไทย ข้อมูลของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ในปี พ.ศ.2556รายงานว่าคนไทยที่ป่วยเป็นโรคอ้วนมีจำนวนสูงถึง 4ล้านคน หรือเท่ากับร้อยละ 16ของประชากรทั้งหมด เป็นอันดับ 5ของภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ปัญหาของโรคไม่ติดต่อเรื้อรังที่เกิดขึ้น ไม่เพียงเป็นปัญหาที่ก่อความเดือดร้อนกับผู้ป่วยและครอบครัวโดยตรงเท่านั้น แต่ยังเป็นปัญหาต่อเนื่องที่มีผลกระทบต่อภาวะเศรษฐกิจของประเทศ เนื่องจากค่าใช้จ่ายที่ภาครัฐต้องใช้ในการรักษาพยาบาลผู้ป่วยโรคไม่ติดต่อเรื้อรังในปี พ.ศ.2552สูงถึง 5,580.8ล้านบาท โดยคิดเป็นร้อยละ 2.01ของค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพทั้งหมดของประเทศ และมีแนวโน้มที่จะสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

 

เลขาธิการ อย. กล่าวอีกว่า ดังนั้น อย. และมูลนิธิส่งเสริมโภชนาการ กำลังอยู่ระหว่างการพิจารณาการประกาศหลักเกณฑ์การใช้สัญลักษณ์โภชนาการกับกลุ่มอาหารประเภทต่างๆ เช่น กลุ่มอาหารกึ่งสำเร็จรูป (บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป) กลุ่มผลิตภัณฑ์นม และกลุ่มเครื่องหมายที่ขยายขอบข่าย (เครื่องดื่มช็อกโกแลต โกโก้ มอลล์สกัด ชาและปรุงสำเร็จ) เพื่อขยายฉลากออกไปในวงกว้างต่อไป ทั้งนี้ การที่ได้ร่วมมือกับทางมหาวิทยาลัยมหิดล เพื่อให้ประชาชนตระหนักและลดอาหารประเภท หวาน มัน เค็ม อีกทั้งเมื่อมีฉลากเกิดขึ้น ประชาชนจะมีสิทธิ์เปรียบเทียบโภชนาการระหว่างสินค้าประเภทเดียวกันก่อนตัดสินใจซื้อได้อีกด้วย

ขอขอบคุณแหล่งที่มาจาก :หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ http://www.thaihealth.or.th/Content/32821-'ฉลากโภชนาการ' ทางเลือกสุขภาพ.html

Top